เลือกสินเชื่อเงินสดที่ถูกกฎหมาย

เลือกใช้สินเชื่อเงินสดที่ถูกกฎหมายเถอะ

   ความต้องการใช้เงินใครๆ ก็มีได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนจนคนมีรายได้ปานกลางหรอก แม้แต่นักธุรกิจร้อยล้านพันล้านก็ยังต้องการใช้เงิน สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง การขอสินเชื่อเงินสดเพื่อนำมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์จึงเป็นทางออกทางหนึ่ง แต่จะเลือกสินเชื่อเงินสดที่ไหนถึงจะดีที่สุด ก็คงไม่ลงในรายละเอียดว่าธนาคารใด สถาบันการเงินไหนที่เสนอโปรโมชั่นดีที่สุด จะบอกเพียงอย่างเดียว คือ ขอสินเชื่อเงินสดในระบบที่ถูกกฎหมาย .. สั้นๆ แค่นี้ ชีวีจะยืนยาว

ช่องทางการขอสินเชื่อเงินสดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่

สินเชื่อเงินสดของธนาคารพาณิชย์ (commercla bank) .. ธนาคารพาณิชย์ถือว่าเป็นสถาบันการเงินภาคเอกชนที่มีความสำคัญที่สุดของบ้านเรา มีการให้บริการตั้งแต่เงินฝากประเภทต่างๆ เช่น กระแสรายวัน เผื่อเรียก ออมทรัพย์ ประจำ และอีกบทบาทที่สำคัญและเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือ การให้กู้ยืม ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ การให้กู้ยืมโดยตรง (Ioan) การให้เบิกเงินเกินบัญชี หรือ โอ.ดี การซื้อลดตั๋วเงิน

ส่วนธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non – bank เป็นธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ในประเทศไทย สถาบันการเงินทีทำหน้าที่นี้ ได้แก่ ธุรกิจบริษัทเงินทุน และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ โดยจะมีกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแลติดตามคล้ายกับธนาคาร โดยจะมีกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแล และต้องมีการขออนุญาตประกอบธุรกิจ (ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อ เช่น ธนาคารกรุงเทพ บมจ.บัตรเครดิตกรุงไทย บจ.อเมริกันเอ็กซ์เพรส บ.อิออนธนสินทรัพย์ บ.แคปปิตอลโอเค บ.เซทเทเลม บมจ.จีอีแคปปิตอล บ.อีซี่บาย)

ธุรกิจสินเชื่อเงินสดของธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non – bank ยังนับเป็นกระเป๋าเงินใหญ่หรือแหล่งสินเชื่อสำคัญของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง วัตถุประสงค์ของสินเชื่อเงินสดก็คือ การใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การขอสินเชื่อเงินสดนั้นไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันหรือบุคคลค้ำประกัน ธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non – bank จึงถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงระบบการกู้ยืมเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ และส่งเสริมให้ฐานลูกค้านั้นหลีกเลี่ยงการไปขอสินเชื่อเงินสดหรือกู้เงินนอกระบบที่ผิดกฎหมาย และยังมีการคิดอัตราดอกเบี้ยในสูง มิหนำซ้ำ พฤติกรรมการทวงหนี้ก็ผิดหลักมนุษยธรรม อาจใช้ความรุนแรง เป็นต้น

และแม้ว่าธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non – bankจะเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่ก็มีการพัฒนา การออกมาตรการเพื่อควบคุมสิทธิ์และความเป็นธรรมให้เกิดกับผู้บริโภคหรือลูกค้ามากที่สุด ธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non – bank อาศัยการกำหนดกฎเกณฑ์ควบคุมมาตรฐานในการประเมินความเสี่ยง (Credit scoring) ของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการสินเชื่อเงินสด เพราะเห็นว่ามีความเหมาะสมกว่าการกำหนดเพดานดอกเบี้ย ทั้งนี้ ก็เพื่อมิให้ลูกค้าออกไปใช้บริการสินเชื่อเงินสดนอกระบบ นอกเหนือจากนี้ ธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non – bank เองก็มีการเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้าที่ชัดเจน ไม่ปิดบังหรือมีลูกเล่นชนิดตามไม่ทัน เช่น การชี้แจงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง โดยได้รวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ ภาครัฐเองยังได้กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับ ธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือ Non – bank และผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภค หรือขูดรีดผู้บริโภคด้วย

ส่วนสินเชื่อนอกระบบ เป็นแหล่งเงินที่นอกระบบกฎหมาย เพราะไม่อยู่ภายใต้ระบบการควบคุมกำกับดูแลของทางราชการ และแม้ว่ากฎหมายไม่มีการกำหนดหรือบังคับให้ทำการกู้หรือขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินเท่านั้นก็ตามที ลูกค้ามีอิสระและเลือกได้ว่าจะขอเงินกู้หรือขอสินเชื่อกับใครก็ได้ แต่ สินเชื่อนอกระบบเป็นการทำนิติกรรมอำพราง คือเป็นสัญญาที่มีหรือแฝงไว้ด้วยเจตนาที่ไม่สุจริต สินเชื่อนอกระบบยังรวมถึงแชร์ลูกโซ่ การระดมทุนต่างๆ ทั้งหมดเป็นช่องทางของบรรดาผู้ไม่ประสงค์ดี หรือมิจฉาชีพที่จะแฝงตัวหลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อ

การกระทำที่เข้าข่ายโกงของสินเชื่อนอกระบบ คือ การคิดดอกเบี้ยอัตราที่สูงกว่าสถาบันการเงิน วิธีก็คือแจ้งอัตราดอกเบี้ยหรือเงินคืนน้อยนิด เพื่อให้ผู้ขอให้ความสนใจหรือดึงดูดใจนั่นเอง และบางที่ในสัญญาเงินกู้อาจเว้นช่องว่างไว้ หรือไม่ได้กรอกจำนวนเงินกู้เกินจริง เช่น กู้ 30,000 บาท แต่ให้กรอกตัวเลขสูงถึง 50,000 บาท ข้อสังเกตของนอกระบบคือ คำพูดหวือว่า เช่น เงินด่วนทันใจ อนุมัติภายใน 30 นาที ไม่เช็คกับเครดิตบูโร เอกสารง่าย ชำระเงินคืนที่ไหนก็ได้ เพียงแค่มีบัตรเครดิต หรือบัตรผ่อนสินค้า

การที่แหล่งเงินนอกระบบนี้แสดงตัวเลขดอกเบี้ยน้อยๆ ก็เพื่อให้ลูกค้าตกหลุมพราง แต่หากว่ากันจริงๆ หรือเมื่อคำนวณเงินที่ต้องจ่ายคืนจริงๆ เปรียบเทียบกับเงินต้นแล้ว กลับกลายเป็นจำนวนดอกเบี้ยที่สูงกว่าในระบบหรือสถาบันการเงินที่อยู่หรือมีทางการกำกับดูแลเสียอีก

ดังที่กล่าวไว้แล้วว่าไม่ว่าใครก็ล้วนมีความจำเป็นด้านการเงินได้ทั้งนั้น แต่จะใช้เงินทั้งทีก็ต้องหาที่ที่เซฟหรือมีความปลอดภัยมากที่สุด ง่ายๆ คือการไม่ยุ่งเกี่ยวกับสินเชื่อนอกระบบ ส่วนกลวิธีก็คือ

..จัดทำแผนรายรับรายจ่ายล่วงหน้า และดำเนินตามแผนรายรับ จ่ายนั้นอย่างไม่บิดพริ้ว และเคร่งครัด จะได้ไม่เกิดปัญหารายจ่ายมากกว่ารายรับ

..ดูว่าตัวเองมีความสามารถในการชำระหนี้แค่ไหน

..หากตัดสินใจจะขอสินเชื่อเงินสดแล้ว ต้องอ่านรายละเอียดของผู้ให้บริการทุกตัวอักษร

หนี้นอกระบบเป็นความเสี่ยงอันเนื่องมาจากแบกรับภาระดอกเบี้ยสูง การหาแหล่งสินเชื่อเงินสดหรือแหล่งเงินกู้ในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายจะทำให้ไม่เกิดปัญหากวนใจตามมา